Categories: Uncategorized

ประกันภัยรถยนต์ชั้น

ประกันภัยรถยนต์ชั้น

ประกันภัยรถยนต์ สามารถที่จะคุ้มครองอะไรได้บ้าง และ ภายในเปรียบเทียบประกันรถยนต์นั้นแบ่งกันออกเป็น 5 ชนิดด้วยกันโดยทั้ง 5 ประเภทนี้จะถูกเรียกกันแตกต่างกันออกไปเช่น ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 โดยประกันภัยรถยนต์ในแต่ละชั้นก็จะครอบคุมข้อกำหนดแตกต่างกันออกไป โดยที่ผู้สมัครใจใช้บริการสามารถที่จะติดต่อหรือสอบถามจากทางเราได้เลยโดยตรงเพราะเรานั้นคือผู้ที่จะมาให้บริการหรือความรู้ในการต่อประกันภัยรถยนต์ในแต่ละชั้น บริการดีประกันภัยรถยนต์ออนไลน์จาก โรงเรียนสอนขับรถ …………. อยากได้คำปรึกษาเราจักให้คำแนะนำดีพร้อมกับคำนวณดอกเบี้ยวงเงินประกันภัยพร้อมค่าธรรมเนียมอย่างเป็นธรรม เพื่อที่จะให้เหล่าลูกค้าทุกท่านได้ขับขี่ และ ใช้จ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์ให้ดีมากยิ่งขึ้นเรียนรู้ราคาประกันภัยรถยนต์ที่ถูกกว่าราคาดีที่สุด โดยมียอดเงินคืนสูงที่สุดถึง 100% เพราะเราคือผู้ที่มากประสบการณ์ในเรื่องของการให้บริการมากกว่าที่ไหน เราใส่ใจทุกบริการเพื่อที่จะให้ออกมากดี และ เข้ากับกลุ่มลูกค้ามากที่สุดโดยเฉพาะในเวลาที่เกิดเรื่องฉุกเฉิน หรือ เรื่องที่ไม่อาจคิดร้ายแรงมากเท่าใดก็ตามเราพร้อมช่วยเหลือ และ บริการคุณอย่างถึงที่สุดภายในเวลาไม่ถึง 30 – 60 นาที เพื่อที่จะให้กลุ่มลูกค้าได้เข้าถึงการดูแลอย่างเป็นระบบ และ เป็นธรรรมมากที่สุดดูแลดีอย่างทันท่วงที ด้วยประกันภัยรถยนต์สุดคุ้มค่าของเราสิครับ โรงเรียนสอนขับรถ ………….

 

ประกันภัยรถยนต์ ภาคบังคับที่ผู้ขับขี่จะต้องทำความรู้จักกันก่อนก็คือ พ.ร.บ.

โดยเราจะมาทำความเข้าใจในการใช้งาน ประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. กันเลยดีกว่ามันคืออะไรมีความสำคัญอย่างไรเพราะทำไม หรือ เหตุใดจึงจำเป็นที่จะต้องต่อ พ.ร.บ. หรือ ทำการต่อ พ.ร.บ. กันทุกปีโดยตามฎหมายข้อบังคับภายในประเทศไทยแล้ว การที่รถทุกคันบนท่องถนนจำเป็นที่จะต้องมีหรือมีติดไว้กับรถของเรานั้นก็คือ พ.ร.บ. นั้นเองซึ่งการคุ้มครองนั้นจะเป็นการคุ้มครองชีวิตผู้ขับขี่ และ หากผู้ขับขี่เกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บ หรือ ถึงขั้นทำให้ผู้ขับขี่เสียชีวิตพร้อมทั้งการคุ้มครองนี้ยังรวมไปจนถึงการคุ้มครองบุคคลอื่นที่มีเหตุรวมกันกับรถยนต์คันดังกล่าวอีกด้วย โดยการควบคุมหรือคุ้มครองนั้นจะมีข้อจำกัดอยู่โดยการคุ้มครองนั้นจะถูกแบ่งกันออกเป็น 5 ประเพศด้วยกันดังนี้

  1. การคุ้มครองความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหายบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ หรือ เสียชีวิตทางรถยนต์เพราะเหตุใดก็ตามแต่ผู้เสียหายจะได้รับการรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงทีในเหตุกรณีเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บจากทางรถยนต์ทุกชนิด
  2. โรงพยาบาล หรือ สถานพยาบาล จะเป็นหลักประกันว่าผู้ประสบเหตุจะได้เข้ารับการรักษาพยาบาลในอุบัติเหตุทางรถยนต์หชนิดต่างๆ
  3. สินช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุที่ทางรัฐได้มอบให้แก่ผู้ที่ได้รับหรือประสบอุบัติเหตุบนท่องถนนจากรถยนต์หรือจักยานยนต์ก็ตาม
  4. สนับสนุนส่งเสริมให้ผู้ใช้ประกันภัยเข้ามามีส่วนในการบรรเทาความความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบอุบัติเหตุ

 

การคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เป็นอย่างไรเหมาะกับกลุ่มไหนบ้าง

การที่ท่านจะทำการชื่อประกันภัยรถยนต์คุ้มครองชั้นที่ 1 นั้นเป็นประกันที่เรียกได้เลยว่ารู้ใจผู้ถูกคุ้มครองมากที่สุดโดยที่มีการคุ้มครองในรูปแบบที่เรียกเลยว่านี้แหละคือที่สุดของประกันภัยอันดับ 1 ของประเทศเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่ความเสียหายของผู้ถูกคุ้มครองร่วมไปถึงรถยนต์ของผู้ขันขี่เอง ยังไม่เพียงเท่านั้นไปจนถึงความเสียหายของคู่กรณีก็ได้เช่นกัน และ หากว่าผู้ได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยเกิดได้รับอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดอย่างเช่น ไฟไหม้ หรือ ถูกโจรกรรมไปจนถึง ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม และ ความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ภายในรถยนต์ของผู้ขับขี่ที่เกิดจากกระจกรถก็ได้เช่นกัน และ การได้รับประกันภัยชั้น 1 นั้น ยังคุ้มครองไปถึงชีวิต และ ทรัพย์สินของผู้ได้รับการคุ้มครองอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่อยู่ภายในหรือภายนอกก็ตามแต่ พร้อมยังมีค่าสินชดเชยค่ารักษาพยาบาล เราเข้าเป็นประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลอีกด้วย หรือ ประกันผู้ขันขี่ หากว่าเข้าใจมาจนถึงจุดนี้แล้วเรามาดูว่า ประกันภัยประเภทชั้นที่ 1 นี้ เหมาะกับใครหรือว่าหลุ่มไหนกันเลยดีกว่า

  1. สำหรับรถยนต์ใหม่ป้ายแดง และ รถที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 5 ปี ขึ้นไป เหตุผลที่เหมาะสมนั้นก็คือความสดใหม่ของตัวรถที่ผู้ขันได้ทำการชื้อจึงทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความเสียหายกับอุปกรณ์ภายในรถด้วยเหตุนี้จึงทำให้ตัวรถในกลุ่มเหล่านี้เหมาะแก่การทำประกันรถยนต์ชั้นที่ 1 มากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้
  2. หากว่าคุณนั้นเป็นผู้ขับขี่ที่เป็นผู้ขับที่ไร้ประสบการณ์ และ ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่หรือเก่าก็ตาม ประกันภัยระดับชั้นที่ 1 นี้จะเป็นตัวแปลสำคัญสำหรับทุกท่านมือใหม่ที่หลากจะลองขับรถบนท่องถนนจริง และ นี่จึงเป็นปัจจัยสำคัญเป็นอย่างมาก
  3. ประเภทระยนต์ที่ใช้งานเป็นประจำ โดยรวมแล้วรถยนต์ในกลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดความเสียหายมากที่สุด เพราะเป็นรถที่นำมาใช้งานหรือขับขี่เป็นประจำจึงจำเป็นที่จะต้องมีหรือทำประกันชั้น 1 กับรถยนต์ดังกล่าวมากเป็นอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้

 

การคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ เป็นอย่างไรเหมาะกับกลุ่มไหนบ้าง

โดยรวมของการซื้อประกันภัยชั้นที่ 2+ นั้นจะมีราคาที่ประหยัดกว่าประกันชั้นที่ 1 แต่หากคิดไปถึงรองของการคุ้มครองแล้วก็จะมีในหลายส่วนหรือบ้างส่วนที่อาจจะไม่ได้เท่ากับประกันชั้นที่ 1 โดยทั่วไปแล้วประกันชั้นที่ 2+ นั้นจะคุ้มครองความเสียหายทางด้านตัวรถเป็นหลักโดยการที่ประกันจะทำงานนั้นจะต้องเกิดจากการชนกับพาหนะที่สามารถระบุตัวตนได้ ไปจนถึงคุ้มครองไฟไหม้ สูญหาย ถูกโจรกรรม น้ำท่วม รวมไปถึงสิ่งของหรือทรัพย์สินของบุคคล ไปจนถึงบาทเจ็บหรือเสียชีวิตก็ตามแต่ และ เมื่อใดก็ตามเมื่อผู้ขับขี่นั้นเป็นผู้กระทำความผิด ทางประกันชั้น 2+ นี้จะทำการคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล และ ยังมีประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลให้พร้อมอีกด้วย เช่นเดียวกันกับประกันชั้นที่ 1 โดยประกันชั้นที่ 2+ นั้นจะเป็นความคุ่มครองความเสียหายของทางทรัพย์สินรถยนต์เมื่อเกิดอุบัติแต่เราก็มาดูกันเพิ่มเติมดีกว่าว่าประกันชั้นที่ 2+ นี้จะเหมาะกับกลุ่มใดมากที่สุด

  1. โดยทางประกันรถยนต์ชั้นที่ 2 นี้จะเหมาะกับผู้ที่ใช้งานรถยนต์เป็นประจำอยู่แล้ว แต่หากจอดในพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดเหตุ หรือรถที่ไม่มีที่ให้จอดในพื้นที่ที่มีรั่วรอมรอบขอบชิด ก็ตัวอย่างเช่น จดไว้ที่หน้าบ้านของผู้ขับขี่ หรือจะเป็น ผู้ที่มีที่อาศัยอยู่ในตึกหรือบ้านแถวก็ตามแต่ จึงจำเป็นที่จะต้องจอดรถริมทางหรือริมถนน และ มีความจำเป็นที่จะต้องจอดรถไว้ตามที่สาธารณะเป็นประจำ ทางเราสามรถที่จะยกตัวอย่างมาให้ท่านได้เห็นชัดๆ เช่นอาชีพ ค้าขาย ส่งของ หากว่าไม่อยากที่จะเริ่มทำประกันชั้น 1 เพราะเบี้ยประกันที่สูงคุณก็สามารถที่จะทำประกันชั้น 2 ไว้ได้เพื่อที่ว่าจะทำให้รู้สึก อุ่นใจกับการเดิมทางหรือจอดรถบนท่องถนนได้อย่างสบายใจมากยิ่งขึ้น

 

การคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ เป็นอย่างไรเหมาะกับกลุ่มไหนบ้าง

เพื่อคุ้มครองความเสียหายของรถยนต์ของผู้เอาประกันภัยจากการชนกับยานพาหนะทางบกที่ระบุตัวตนได้ โดย รู้ใจ รวมถึงทรัพย์สินของบุคคลภายนอกและการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต หากผู้ขับขี่มีความทุพพลภาพ และประกันภัยรถยนต์สามคันนี้ขึ้นไปครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลด้วย ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลและ ประกันภัยผู้ขับขี่ 3+ ประกันภัยรถยนต์ไม่คุ้มครองความเสียหายของรถยนต์ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุโดยไม่มีคู่กรณี ความเสียหายของกระจก การโจรกรรมรถยนต์ อัคคีภัยหรือภัยธรรมชาติ

  1. รถที่มีอายุมากกว่า 7 ปี – ไม่ว่ารถจะอายุเท่าไหร่ แต่คุณต้องมีประกันภัยรถยนต์ แม้ว่าอาจจะไม่จำเป็นต้องครอบคลุมรถก็ตาม อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ การใช้งานทั่วไปอาจเป็นอันตรายต่อคู่กรณีหรือบุคคลภายนอก ดังนั้นไม่ว่ารถของคุณจะอายุเท่าไหร่ ควรทำประกันรถยนต์เพื่อความอุ่นใจ
  2. รถยนต์ที่ใช้เป็นประจำ – แต่ไม่มีความเสี่ยงในการจอดรถ การใช้รถยนต์บนท้องถนนมีความเสี่ยงเล็กน้อยที่จะเกิดอุบัติเหตุเป็นประจำ แม้ว่าคนขับจะใช้มาตรการป้องกันบ้างก็ตาม อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ถนนรายอื่นสามารถขับรถโดยประมาทและทำให้รถของเราเสียหายได้ จะดีกว่าไหมถ้ารถของเราโดนชน? อย่างไรก็ตาม มีประกันภัยรถยนต์ที่คุณสามารถคุ้มครองได้โดยไม่ต้องเรียกร้องค่าเสียหายกับอีกฝ่าย

โรงเรียนสอนขับรถศรีสะเกษ

 

Article info